Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...




มิโกะ หญิงสาวพรมจรรย์ในชุดขาวแดง ผู้ปกปักษ์รักษาวัฒนธรรม!!

ตามวิถีแห่งชินโต วิถีชีวิตของคนญี่ปุ่น


ชินโต
เป็นศาสนาหรือไม่นั้นยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาตราบจนทุกวันนี้ เนื่องจากว่า ชินโต ไม่มีองค์ประกอบที่จำเป็นของศาสนา อาทิ คำสอน คัมภีรรี ่องค์กร หรือนักบวช หากพูดถึง ชินโต โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว จะหมายถึง "พระเจ้าในความเชื่อของชาวญี่ปุ่น เป็นสัญลักษณ์ของศาสนาที่มีรากฐานมาจากจิตวิญญาณและมีการพัฒนารูปแบบขึ้นมา" ชินโตไม่เป็นความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้า จิตวิญญาณ หรือพิธีกรรมที่สือบทอดกันมาเท่านั้น แต่ชินโตยังหมายรวมถึง ภูมิปัญญามากมายในการดำรงชีวิติและวิธีคิดที่ได้สืบถอดกันมาของคนญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นสมัยนี้ อาจจะบอกว่าชีวิตประจำวันของตัวเองไม่เกี่ยวของกับชินโต แต่พวกเขาก็ยังไปวัดในวันปีไหม่ ร่วมงานเทศกาลของศาลเจ้า ขอพรเพื่อให้สอบผ่าน พาเด็กไปศาลเจ้าในเทศกาล หรือแม้แต่พิธีแต่งงานก็ยังนิยมแต่งานตามแบบชินโต

เดิมทีชินโตมีรากฐานมาจากการบูชาเทพเจ้าที่เป็นความเชื่อดั้งเดิมของญี่ปุ่น ได้แก่เทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว เทพเจ้าแห่งดิน เทพเจ้าบรรพบุรุษ บางครั้งก็เรียกกว่า อุจิงะมิ (เทพเจ้าผู้คุ้มครองดูแลรักษาบ้านหรือเผ่า) เทพเจ้าแห่งงานพิธีกรรมมีมากมายหลายประเภท เรียกว่า ยะโอะโยะโรซึ โนะ คะมิ

ชินโตในระยะแรกนั้น ไม่มีการสร้างศาลเจ้า จนถึงศตวรรษที่ 3 , 4 เมื่อรัฐบาลยามาโตะ รวบรวมญี่ปุ่น จัดตั้งเป็นประเทศได้แล้ว จึงมีการสร้างศาลเจ้า และทำให้ชินโตถูกแบ่งออกเป็น 2 ระดับคือ อะมะทสึ-คามิ (เทพเจ้าแห่งรัฐบาลยะมะโตะ มีจักรพรรดิ์เป็นสาวกสูงสุดและมีฐานะเหนือกว่าโคะคุทสึ-คามิ) และ โคะคุทสึ-คามิ (เทพเจ้าทั่วไป) ซึ่งความเกี่ยวของระหว่างเทพนิยายต่าง ๆ นั้น ได้ถูกรวบรวมไว้ใน ไคะจิคิ และ นิฮนโชขิ

คำสอนอันแรกของชินโตได้ปรากฎขึ้นในกลางสมัยเฮอัน คือ ฮนจิสุยจะขุ ที่ได้ผนวกเอาคำสอนของนิกาย เทนได และนิกาย ชินเง็น เข้าไว้ด้วยกัน มีการรวมเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ากับเทพเจ้าที่มีมาตั้งแต่ สม้ยเฮฮันมาแยกเป็นทฤษฎี ให้ความสำคัญกับพระพุทธเจ้าเป็นหลัก และเทพเจ้าเป็นรอง โดยกล่าวว่า เทพเจ้าต่าง ๆ ในญี่ปุ่นล้วนเป็นปางหนึ่งของพระพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ที่เสด็จลงมาโปรดนั่นเอง จากสมัยกลางถึงสมัยไหม่ กลุ่มนิกาย ช่น อิเสะ (Ise) , โยชิดะ(Yoshida) , ฟุคโค(Fukkou) ได้สร้างทฤษฎีที่เน้นความเป็นอิสระของชินโต เมื่อเข้าสู่สมัยเมจิ ได้มีการทำให้คำสอนกับพิธีกรรมของศาลเจ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยยึดถึอพิธีกรรมของพระราชวงศ์เป็นหลัก นักบวชของชินโต มีหน้าที่ปฏิบัติพิธีกรรมเท่านั้น ส่วนประชาชนทุกคนถือเป็นสาวก กลายเป็น คกคะชินโต (Kokka Shintou หรือ ชินโตที่เป็นของรัฐ)

ในชินโตนั้น มีกลุ่มนิกายมากมายหลายร้อยกลุ่ม อาทิ คนโคเคียว (Kokkoukyou), โอโมะโตะเคียว (Oomotokyou), มิโซงิเคียว (Mizogikyou)

ชินโตในระดับท้องถิ่น คือ การนับถือเทพเจ้าแห่งท้องทุ่ง เทพแห่งเตา หรือเทพเจ้าริมทางของผู้คน และครอบครัวซึ่งจะเกี่ยวโยงกับขนบธรรมเนียมการดำเนินชีวิตของมนุษย์และในทุกวันนี้ก็ยังคงหลงเหลืออยู่ตามชนบท


---------------------------------------------------------------------------------

เทพนิยายของญี่ปุ่น
---------------------------------------------------------------------------------
เทพนิยายญี่ปุ่น ปกติจะหมายถึง เรื่องเล่าของเทพเจ้าต่าง ๆ ที่ปรากฎอยู่ในส่วนต้นของบันทึกโบราณ โคะจิคิ อันเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน มีทั้งหมด 3 เล่ม เล่มแรก เป็นเรื่องราวความเกี่ยวโยงทางสายเลือดของเทพเจ้า เล่มที่ 2 เป็นเรื่องราวตั้งแต่สมัยของจักรพรรดิ์จิมมุ จนถึงสมัยของจักรพรรดิโอจิน และเล่มที่ 3 เป็นเรื่องราวตั้งแต่สมัยของจักรพรรดิ์นินโทะคุ จนถึงสมัยของจักรพรรดิ์ซุยโกะ

เทพนิยายตามที่บันทึกนั้น แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ตามฉากหรือสถานที่เกิดเรื่อง ได้แก่ ทะคะมะฮะระ(takamahara) , อิซึโมะ (Izumo) , และ ฮิวงะ (Hyuuga)

สรวงสวรรค์ทะคะมะฮะระ (Takamahara) กล่าวถึงเรื่องของ การแบ่งแยกฟ้าดิน การกำเนิดของแผ่นดิน และ เทพต่าง ๆ โดย เทพอิซะนางิ และ อิซานามิ

อิซึโมะ (Izumo) ใช้ท้องที่อิซึโมะ (ปัจจุบันคือ ฝั่งตะวันออกของจังหวัดชิมะเนะ (shimane) ) เป็นฉากหลักของเรื่องเทพเจ้าที่เป็นตัวเอกในเรื่องคือ สุสะโนะโอะ (Susanoo) และ โอคุนิชิ (Ookuninushi) โดยโอคุนินุชิได้ทำการแจกจ่ายพื้นที่ให้บรรดาเทพที่ถูกส่งมาจากสวรรค์ (Takamahara)

ฮิวงะ (Hyuuga) มีฉากของเรื่องอยู่ที่ฮิวงะ (ปัจจุบันคือ จังหวัดมิยะซะกิ (Miyasaki) คือเรื่องราวของ นินิงิ (Ninigi) ผู้เป็นหลานของเทพอะมะทะระสุ ต้นตระกูลของจักรพรรดิ์ ได้รับคำสั่งให้มาที่ภูเขา ทคะฉิโฮะ เพื่อเป็นต้นตระกูลของราชวงศ์จักรพรรดิ์และสร้างประเทศญี่ปุ่น

เทพนิยายแต่ละเรื่องมีความเกี่ยวโยงกันเป็นเหตุเป็นผลกันตามลำดับของเวลา เริ่มจากการแบ่งแยกฟ้าดิน การเกิดโลก การจัดแบ่งพื้นที่ ไปจนถึงต้นกำเนิดพระราชวงศ์ของจักรพพรรดิ์ โดยสรุปแล้ว เทพนิยายเหล่านี้เป็นเรื่องราวของการก่อตั้งประเทศญี่ปุ่นภายใต้การนำของจักรพรรดิ์ผู้ซึ่งเป็นลูกหลานของเทพเจ้านั่นเอง


ตัวอย่างเทพนิยาย 3 เรื่องที่เป็นที่รู้จักกันดี (หรือปล่าวหว่า)

คุนิอุมิ
- เทพเจ้าชายและหญิง 2 องค์ คือ อิซะนางิ และ อิซะนามิ ได้รับหอกจากเทพเจ้า และได้รับคำสั่งให้ไปรวบรวมแผ่นดินที่ล่องลอยอยู่ในทะเลให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังนั้น เทพเจ้าทั้ง 2 องค์ จึงเอาหอกจุ่มและกวนน้ำทะเล เมื่อยกหอกขึ้น หยอดน้ำที่ตกลงมานั้นได้กลายเป็นเกาะ เทพทั้ง 2 องค์ได้ลงไปปักเสาที่เกาะ จากจุดนั้นก็ได้แยกกันโดยวนไปคนละทิศ และได้แต่งงานกัน ณ ที่ ๆ วนมาพบกัน ให้กำเนิดเกาะอื่น ๆ ตามมา

อะเมะโนะอิวะยะ อะมะเทะระสุ
- สุริยเทพวี อะมะเทะระสุ โกรธน้องชาย คือ สุสะโนะโอะ ผู้มีนิสัยเกเร จึงได้หลบไปซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ อะเมะโนะอิวะยะ โลกจึงมืดมิด เหล่าเทพทั้งหลายจึงปรึกษากัน หาวิธีให้อะมะเทะระสุ ออกมาจากที่ซ่อนด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ตกแต่งประดับประดาด้วยสิ่งต่าง ๆ อ่านบทสรรเสริญ และให้ เทพอะเมะโนะ อุซึเมะ เปลือยกายครึ่งท่อนเต้นรำ อะเมะเทะระสุได้ยินเสียงหัวเราะขบขันอยู่ภายนอกถึง จึงแง้มประตูหินออกมา เทพทะจิคะระโอะ จึงได้ดึงตัวออกมาทำให้โลกสว่างสไสวขึ้นอีกครั้ง

ยะมะตะ โนะ โอะโรจิ
- ต้นแม่น้ำของแม่น้ำฮิโนะคะวะ ในอิซึโมะ มีงู 8 หัว 8 หาง อาศัยอยู่ คอยกินหญิงสาว สุสะโนะโอะ จึงออกอุบายให้งูนั้น กินเหล้าและ กำจัดเสีย สุดท้ายก็ได้แต่งงานกับหญิงสาวที่ตัวเองช่วยชีวิตไว้ กล่าวกันว่า ดาบที่สุสะโนะโอะ พบในหางของงู เป็นหนึ่งในสามของเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทพนิยายได้ที่นี่จ้า

http://kanjiz.exteen.com/20060802/entry


-----------------------------------------------------------------------
Miko: The Extreme Energy - พลังสูงสุดแห่งมิโกะ
-----------------------------------------------------------------------




มิโกะ (Miko)
เป็น Maiden (ซึ่งไม่สามารถหาคำเป็นภาษาไทยแทนได้โดยตรง แม้กระทั่งภาษาอังกฤษก็ไม่มีคำที่แทนคำนี้ได้ 100% นะครับ ถ้าจะให้นึกภาพใกล้เคียงที่สุด ขอให้นึกถึงซิสเตอร์ของศาสนาคริสต์ครับ น่าจะใกล้เคียงกัน) ของศาสนาชินโตซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคขุนนางของญี่ปุ่น (สมัยโชกุนทั้งหลายนั่นแหละครับ) คำว่ามิโกะคำนี้เป็นได้ทั้งคำเอกพจน์และพหูพจน์

ในสมัยโบราณนั้น มิโกะเป็นหญิงสาวที่เข้าสู่สภาวะเคลิ้มฝัน (Trance) แล้วได้รับคำหรือเป็นผู้ถ่ายทอดคำสั่งสอนจากพระเจ้ามาสั่งสอนมนุษย์ ต่อมา มิโกะได้เปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นผู้กระทำพิธีกรรมต่างๆ ในศาสนาชินโต ซึ่งรวมไปถึงระบำที่ใช้ในพิธีกรรม (Miko-mai) รวมไปถึงการเป็นผู้ช่วยของนักบวชในพิธีแต่งงานของศาสนาชินโตด้วย

มาถึงในปัจจุบันนี้ มิโกะก็ยังคงเป็นผู้ทำหน้าที่ระบำในพิธีกรรมต่างๆ ประกอบพิธีกรรม ช่วยเหลืองานของศาลเจ้า รวมไปถึงการพยากรณ์อนาคตด้วย มีหลักที่สืบทอดกันมาว่ามิโกะจะต้องเป็นสาวบริสุทธิ์เท่านั้น จึงพบว่าหญิงสาวหลายคนตัดสินใจยุติการเป็นมิโกะเมื่อพบรักและแต่งงานเป็นที่เรียบร้อย


เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของมิโกะ
ประกอบด้ัวย กระโปรงฮากามะ (Hakama - Divided Skirt) สีแดงสด เสื้อสีขาวที่มีแขนเสื้อกว้างเหมือนปีก (ดูรูปเอาเลยจะดีกว่าคำอธิบายนะครับ) แล้วก็ ทาบิ (Tabi) หรือถุงเท้าสีขาวหุ้มข้อเท้าที่แยกนิ้วหัวแม่เท้าออกมาต่างหาก ทั้งหมดนี้ก็เป็นชุดข้างนอกทั้งหมดของมิโกะแล้วล่ะครับ อ้อ บางคนเค้าก็จะใส่ชุดมิโกะนี่ทับลงไปบนกิโมโนอีกชั้นหนึ่งเพื่อความสวยงามและปลอดภัย (เผื่อมันหลุดจะได้เหลือข้างในชุดนึง) ส่วนชุดชั้นในจริงๆ ถ้าจะเอาต้นตำรับก็ต้องใช้ผ้าพันหน้าอกด้วย

กระโปรงฮากามะ นั้นจะเป็นกระโปรงปลายบานและจับจีบเหมือนกระโปรงพลีท (Pleated Skirt) โดยทั่วไปจะผูกฮากามะไว้ที่เอว (โดยใช้เชือกที่มักจะติดอยู่กับฮากามะผูกเป็นปมง่ายๆ) และความยาวก็จะยาวลงมาถึงข้อเท้า ฮากามะนั้นจะจับจีบลึกทั้งหมด 7 จีบด้วยกัน ด้านหน้า 5 จีบ ด้านหลัง 2 จีบ ซึ่ง 7 จีบนั้นก็ใช้แทนจิตวิญญาณที่สำคัญของซามูไร 7 ประการ ซึ่งซามูไรเหล่านี้ก็จะเป็นผู้สวมใส่ฮากามะเหล่านี้ออกรบในสมัยโบราณครับ (อย่างเช่นใน Ryuroni Kenshin ชุดที่เคนชินใส่นั่นก็คือฮากามะนั่นแหละครับ)

เสื้อนั้นก็ไม่มีอะไรมากครับ ลักษณะภายนอกจะคล้ายๆ กับเสื้อยูโด (ผ่าตรงกลางด้านหน้าตลอดตัวไม่มีกระดุม) แต่เนื้อผ้าจะบางกว่า และก็อย่างที่บอกข้างต้นว่าแขนจะกว้างกว่าแขนเสื้อทั่วไป บางตัวนั้นกว้างจนปลิวไสวได้ก็มี (จนหลายคนให้คำนิยามมันว่าเหมือนกับ "ปีก" ของมิโกะเหล่านั้นเลยทีเดียว) เวลาใส่ก็แค่เอาชายเสื้อสองด้านทับกันแบบไขว้แล้วเอาฮากามะทับเท่านั้นก็พอ แล้วก็ไม่ต้องรัดอะไรที่เสื้อครับ ให้รัดที่ฮากามะเส้นเดียว (จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าตาม H Games หรือการ์ตูนที่มีแฟนเซอร์วิสทั้งหลาย ชุดมิโกะเป็นชุดที่ถอดได้ง่ายที่สุดหรือหลุดได้ง่ายที่สุดก็เพราะเหตุผลนี้ล่ะครับ มันผูกไว้แค่เชือกเส้นเดียวจริงๆ) ถุงเท้าก็ใส่ธรรมดาไม่มีอะไรครับ ทั้งหมดนี่รวมกันก็จะได้ชุดมิโกะรุ่นมาตรฐานแล้วล่ะครับ

แล้วอุปกรณ์เสริมล่ะ ตามเรื่องราวทั้งหลายกล่าวกันว่ามิโกะนั้นมักจะมีความสามารถทางด้านศิลปะป้องกันตัวโดยใช้อาวุธของญี่ปุ่นโบราณอยู่คนละอย่างน้อยหนึ่งแขนง (นึกไม่ออกก็นึกถึงโมโตโกะจาก Love Hina ก็ได้ครับ) ดังนั้นอาวุธญี่ปุ่นโบราณทั้งหลายก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจถ้าจะหาอุปกรณ์เสริม ไม่ว่าจะเป็นธนูยาว (Yumi), มีดสั้น (Tanto), ดาบไม่ว่าจะเป็นดาบคาตานะ (Katana) หรือดาบสั้นวากิซาชิ (Wakizashi) หรือถ้าไม่สนอาวุธแบบกายภาพ พลังเวทย์มนต์ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องรางทั้งหลาย (Ofuda) และที่ขาดไม่ได้อีกก็คือ ไม้ไล่ผี

ตัวอย่างของชุดมิโกะเห็นชัดๆ ที่ปรากฎในอนิเมก็มีอยู่หลากหลาย อาทิเช่น มิโกะจิ้งจอก (หรือจะเรียกว่าจิ้งจอกมิโกะก็คือกัน) สาวน้อยน่ารักอย่างเม่ยหลินใน Yami to Boushi to Hon no Tabibito หรือจะเป็นจิกาเนะจาก Kannaduki no Miko ซึ่งก็ไม่ได้ใส่ฮากามะสีแดง แต่เป็นสีม่วงไปซะงั้น (จริง ๆ แล้ว กระโปรงม่วงเป็นชุดสำหรับผู้ชายแก่ ๆ ใส่กันนะ (ฮา))


-----------------------------------------------------------------------
เคล็ดลับน่ารู้นักคอส(เพลย์)
-----------------------------------------------------------------------

มาเข้าใจเรื่องไซส์เสื้อผ้ากันก่อนนะครับ ตามมาตรฐานของร้าน Cospa เขา เสื้อผ้าคอสเพลย์สำหรับผู้หญิงทั้งหมดของร้านนี้จะแบ่งเป็นทั้งหมดสี่ขนาด โดยดูจากสัดส่วน (หรือที่รู้จักกันในนามของ B-W-H นั่นแหละครับ) ของผู้ใส่เป็นหลัก ไล่ตั้งแต่ไซส์ S สำหรับผู้ที่มีรอบอกตั้งแต่ 75 - 81cm. รอบเอว 56 - 61cm. รอบสะโพก 82 - 88 cm. ไซส์ M ก็อยู่ในช่วงของ B 81 - 88 cm. W 61 - 66 cm. H 88 - 93 cm. ไซส์ L ก็จะเป็น B 88 - 95 cm. W 66 - 74 cm. H 93 - 98 cm. และสุดท้าย XL ไซส์ใหญ่สุด B 95 - 103 cm. W 74 - 80 cm. H 98 - 104 cm. ตามนี้นะครับ ถ้าจะแปลงเป็นนิ้วตามสัดส่วนไทยก็หารด้วย 2.54 ก็ได้คำตอบครับ (หรือเอาง่ายที่สุด 10 cm. = 4 นิ้วครับ กะคร่าวๆ ได้)


ตัวอย่าง ชุดมิโกะขนาดมาตราฐานเสื้อขาวกระโปรงยาว




ชุดดัดแปลงที่ตัดกระโปรงให้สั้นเน้นความน่ารักน่ารัก

สุดท้ายนี้ ก็มาถึงวิธีใส่ชุดกันละครับ เขาใส่กันแบบเนี๊ย~~



จบ.ละ...

by
Mikamura Kaoru
http://insitecartoon.no-ip.com/e4/E4_Qans.asp?id=7150 + เสริมและมั่วนิ่มเพิ่มเติมเล็กน้อย โดย kanjiz
ข้อมูลและรูปประกอบคอลัมน์จาก:
http://en.wikipedia.org , http://www.cospa.com

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

อาไรหว่า!!!
โอ้ว เรื่องของมิโกะทั้งนั้น นายจะทำวิจัยเรื่องนี้ซินะ

#2 By มะพร้าวคุง (61.91.179.107) on 2005-02-20 19:51

ขยันพิมจัง สู้ๆ แต่อยากให้มีรูปอีก น่ารักดี

#3 By deviluchi on 2005-02-21 14:19

เจาะลึกมิโกะฉบับจิสซัง สุดยอด * *b

#4 By marat (203.113.76.11) on 2005-02-22 22:41

อยากเห็น มิโกะ B 95-103 cm. แบบกระโปรงสั้นเน้นความน่ารัก

#5 By -| หมาน้อย |- on 2005-09-10 15:19

สุดยอดๆๆ
เจาะลึกมิโกะจริงๆ

(>w<)b

#6 By เสือม้า►►► on 2005-09-27 20:26

ชุดมิโกะ น่ารักจรึงๆ อะแหละงับ

#7 By Sol (58.9.141.118) on 2006-05-04 12:14

ข้อมูลแน่นปึ้ก ภาพประกอบก็น่ารัก อิ อิ
ขอบคุณที่ลงมาให้อ่านนะคะ

#8 By SK-SaKU :: With Your Smile on 2006-09-07 22:10

ชุดมิโกะชอบมากเลย

#9 By (58.9.188.133 /10.0.0.109) on 2007-08-22 12:16

โอ้ว ข้อมูลแน่นมากเลยครับท่าน

#10 By sturmvogel (125.26.150.194) on 2007-08-30 01:18

เป็นข้อมูลและเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมมาครับ ขอบใจที่เสาะหามาแบ่งปันให้ทราบครับ

#11 By ruz on 2007-09-06 22:27

อยากรู้ว่าไม้ไล่ผีญี่ปุ่นเค้าเรียกว่าอะไรคับ

#12 By Saruwatari (118.173.229.119) on 2009-08-15 15:15

นอกจากมิโกะแล้วเนี่ย ชอบอย่างอื่นอีกป่ะ
เพราะความรู้แน่นมาก เราชอบ^^

#13 By mobai on 2010-06-20 13:16

นอกจากขาวแดง แล้วยังแอบปันใจให้ขาวดำ (โกธีก) อยู่นิด ๆ อ่ะ... (ฮา)

#14 By kanjiz on 2010-06-22 13:32

อยากได้แฟนเป็นมิโกะจัง

#15 By ิBKsan (180.180.189.212) on 2010-07-06 21:29

ข้อมูลเยอะมากๆค่ะ สู้ๆ

#16 By Springsky on 2011-05-08 19:03