Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

1.ยุคเทพนิยาย
เทพนิยายญี่ปุ่น ปกติจะหมายถึง เรื่องเล่าของเทพเจ้าต่าง ๆ ที่ปรากฎอยู่ในส่วนต้นของบันทึกโบราณโคะจิกิ อันเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน มีทั้งหมด 3 เล่ม
- เล่มแรก เป็นเรื่องราวความเกี่ยวโยงทางสายเลือดของเทพเจ้า
- เล่มที่ 2 เป็นเรื่องราวตั้งแต่สมัยของจักรพรรดิ์จิมมุ จนถึงสมัยของจักรพรรดิโอจิน
- เล่มที่ 3 เป็นเรื่องราวตั้งแต่สมัยของจักรพรรดิ์นินโทะคุ จนถึงสมัยของจักรพรรดิ์ซุยโกะ

เทพนิยายตามที่บันทึกนั้น แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ตามฉากหรือสถานที่เกิดเรื่อง ได้แก่ ทะคะมะฮะระ(takamahara) , อิซึโมะ (Izumo) , และ ฮิวงะ (Hyuuga)



สรวงสวรรค์ทะคะมะฮะระ (Takamahara)
นานแสนนานมาแล้วเมื่อท้องฟ้าและพื้นดินเพิ่งแยกออกจากกัน เทพอิซานางิ และ เทพอิซานามิผู้เป็นทั้งภรรยาและน้องสาวกำเนิดมาจากทะเลโคลน ทั้งคู่ได้ยืนอยู่บนสะพานสายรุ้งและเอาง้าวจุ่มลงในทะเลโคลนกวนให้น้ำแยกจากดิน และดินโคลนทั้งหลายก็รวมตัวอยู่ตรงกลาง เมื่อดึงง้าวขึ้นมา โคลนที่ติดอยู่กับง้าวก็หยดลงมากลายเป็นเกาะโอโนโกโร เป็นเกาะแรกของหมู่เกาะญี่ปุ่น ที่ซึ่งเทพเจ้าและมนุษย์ได้อาศัยกำเนิดขึ้นมา

ทั้งคู่ได้สร้างเกาะญี่ปุ่น 40 เกาะและให้กำเนิดเทพ 36 องค์ องค์สุดท้ายคือ คากูทซึชิ เทพแห่งไฟ ที่เมื่อคลอดออกมาก็เผาผลาญ อิซานามิจนตาย ไปอยู่นรก และกลายเป็นเทพีผู้ปกครองนรกบาดาล

หลังจาก อิซานามิตาย อิซานางิ ก็เอาแต่โศกเศร้า และเฝ้าคิดถึงภรรยา จึงลงไปหาภรรยาในนรก แต่เมื่อได้พบ อิซานางิ ก็ตกใจกับรูปลักษณ์ของภรรยา ที่เน่าเปื่อย กลายเป็นผีที่น่าเกลียด และแสดงอาการรังเกียจออกมา แต่ก็ได้ร้องขอให้เธอกลับไปครองรักกันเหมือนเดิม แต่ อิซานามิ เห็นอาการของสามีที่รังเกียจตน จึงปฏิเสธไม่ยอมกลับไปด้วย ทั้งสองจึงแยกจากกันชั่วนิรันดร์ หลังจาก อิซานางิ กลับมาจากนรก อิซานางิ รังเกียจภรรยาที่กลายเป็นผี จึงปิดผนึกปากถ้ำที่เป็นทางลงไปสู่นรก แต่อิซานามิ ได้หลบหนีออกมาจนได้ ด้วยความโกรธ ที่สามีของตนรังเกียจตน จึงอธิษฐานให้มนุษย์ ตายวันละ 1,000 คน แต่อิซานางิ ก็อธิษฐานให้ มนุษย์เกิดขึ้นมาวันละ 1,500 คน

หลังจากนั้น อิซานางิ ได้ทำพิธีชำระล้างมลทินเป็นครั้งแรก
- เขาล้างตาซ้ายของเขา มีน้ำตาหยดออกมาหลอมตัวก่อกำเนิดเป็น สุริยะเทวีอามาเตราสึ
- เมื่อเขาล้างตาขวาของเขาน้ำตาร่วงหล่นหลอมตัวก่อกำเนิดเป็น จันทราเทพบุตร ทซึกิ-ยูมิ
- และน้ำมูกจากจมูกของเขา ได้ให้กำเนิดเจ้าสมุทร ซูซาโนโอะ




ซูซาโนโอะ เป็นผู้มีร่างกายแข็งแรงแต่อารมณ์ร้อน ได้ส่งพายุอาละวาดก่อสงครามทำลายผืนแผ่นดินและส่งเสียงอึกทึกรบกวนสุริยเทพวี อะมะเทะระสุ จนเธอหวาดกลัว จึงได้หลบไปซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ อะเมะโนะอิวะยะ โลกจึงมืดมิด เหล่าเทพทั้งหลายจึงปรึกษากัน หาวิธีให้อะมะเทะระสุ ออกมาจากที่ซ่อนด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ตกแต่งประดับประดาด้วยสิ่งต่าง ๆ อ่านบทสรรเสริญ และให้ เทพอะเมะโนะ อุซึเมะ เปลือยกายครึ่งท่อนเต้นรำ อะเมะเทะระสุได้ยินเสียงหัวเราะขบขันอยู่ภายนอกถึง จึงแง้มประตูหินออกมา เทพทะจิคะระโอะ จึงได้ดึงตัวออกมาทำให้โลกสว่างสไสวขึ้นอีกครั้ง จากเรื่องราวในครั้งนั้นส่งผลให้เทพทั้งแปดล้านโกรธ จึงลงโทษซูซาโนโอะ และขับไล่ลงจากสวรรค์






อิซึโมะ (Izumo)

ซูซาโนโอะ เขาได้ผจญภัยไปทั่ว และได้ปราบ ยามาโตะ โน โอโรจิ เป็นงูใหญ่ 8 หัว 8 หาง มีดวงตาแดงก่ำ ลำตัวมีตะไคร่น้ำ และต้นฉำฉางอกอยู่ งูตัวนี้ชอบกินสตรีสาว พอๆ กับชอบกินเหล้าสาเก สุซาโนะโอใช้ ทั้งสองอย่างนี้ล่อมันเข้ามาสู่กับดัก และฆ่ามันทันทีที่มันเมา เมื่อสับเจ้างูร้ายออกเป็นชิ้นๆ เขาได้พบดาบเล่มหนึ่งฝัง อยู่ในหางของมัน ชื่อว่าดาบคุซานางิ โน ทสึรุงิ ("ดาบปราบหญ้า"-ดาบวิเศษมีปลาย 7 แฉกเป็นตัวแทนของสายฟ้า) ต่อมาเขาแต่งงานกับ คุชินาดะ สร้างวังที่ซึงะ ในเมืองอิซึโมะ และให้กำเนิดบุตรชายชื่อ โอคูนินุชิ โน มิโกโตะ

โอคูนินุชิ โน มิโกโตะ (Okuni-Nushi-เทพแห่งการรักษา) เทพแห่งเวทย์มนต์และสมุนไพร ราชาแห่งเทพคุนิซึ บุตรชายของเทพสุซาโนโอะ เขาตายสองครั้งและเกิดใหม่สองครั้ง เป็นสัญลักษณ์แทนฤดูกาล เขาได้ปกครองโลก และสร้างวังที่เชิงเขาอิกะ ในเมืองอิซึโมะ จนกระทั่งอามาเตราสึ ส่ง นินิกิ(Ninigi) หลานชายของหล่อนมาปกครองแทน และให้โอคูนินุชิ ไปปกครองโลกแห่งวิญญาณและเวทย์มนต์ หลังจากผ่านการทดสอบมากมาย เขาได้ลงไปสู่บาดาล และได้ต่อสู้กับพ่อของเขา และยึดครองดาบของพ่อเขา มาเป็นของตน




ฮิวงะ (Hyuuga)
นินิงิ (Ninigi-no-mikoto-เทพแห่งข้าวและความอุดมสมบูรณ์) เป็นเทพต้นตระกูลแห่งจักรพรรดิญี่ปุ่นและ ปฐมจักรพรรดิ ลูกของโอชิโฮมิ(Ame- no-Oshihomimi) กับ โตโย อาคิทซึ เป็นหลานชายของ อามาเตราสึ แม่ของเขาส่งเขากับน้องสาวของเขา อุซุเมะ ผู้ร่าเริง ไปที่โลกเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ทั่วไปและอำนาจทางการเมือง

เขาเดินทางไปถึงจุดที่มีทางแยก 8 ทางที่นำไปสู่ทิศแต่ละทิศ เขาทั้งสองได้พบเทพที่น่ากลัวผู้เฝ้าสะพานที่ลอยไปสู่สวรรค์ ซึ่งได้ข่มขู่เขาแต่เพียงผู้เดียว

ดังนั้น เทพผู้รักษาหนทางได้แนะนำอาณาจักรบนโลกของเขาทั้งหมด เพื่อเป็นการตอบแทน นินิงิจึงให้น้องสาวของเขาแต่งงานกับเทพผู้รักษาหนทาง และเขาเองก็แต่งงานกับ โค โน ฮานะ

ต่อมา นินิงิบากบั่นรวบรวมอาณาจักรจากญี่ปุ่นทางตอนใต้ไปจนถึงที่ราบยามาโตะ ทางตะวันออกของโอซาก้า และที่นั่นเอง เขาได้ก่อตั้งราชวงศ์แห่งยามาโตะ โดยอามาเทราสึได้มอบ คันฉ่องยาตะ , ลูกปัดเขี้ยวยาซาคานิ และ ดาบคุซานางิ ให้เป็นของขวัญซึ่งต่อมากลายเป็นเครื่องหมายแห่งจักรพรรดิญี่ปุ่น


จิมมู
หลานของเขาได้กลายมาเป็นจักรพรรดิบนผืนโลกคนแรกของญี่ปุ่น พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ในปี 660 ก่อน คริสตกาล ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ซึ่งวันนี้ยังคงเป็นวันหยุดราชการของญี่ปุ่น จักรพรรดิองค์ปัจจุบันเป็นทายาท โดยตรงมาจากจักรพรรดิองค์แรก

-------------------------------------------------------------------------------------

ปี 200 ก่อนคริสตกาล จักรพรรดิซูจิน และโอรสเจ้าชายยามาโตะ (ภายหลังได้เป็น จักรพรรดิเคย์โกะ) ได้เป็นสื่อนำความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาสู่ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ในขณะนั้นญี่ปุ่นประกอบด้วยตระกูลมากมาย และตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดคือตระกูลยามาโตะของจักรพรรดิ แต่แท้จริงแล้วตระกูลยามาโตะ ก็เป็นเพียงตระกูลหนึ่งท่ามกลางอีกหลายๆ ตระกูลซึ่งแย่งชิงอำนาจกัน





ตอนต้นของศตวรรษแรก แผ่นดินนี้แบ่งออกเป็นรัฐต่างๆน้อยใหญ่ประมาณ 100 กลุ่มชนด้วยกัน แต่ในศตวรรษต่อไปนั้นจำนวนรัฐลดเหลือเพียง 30 กลุ่มชน อยู่รวมกันภายใต้การคุ้มครองของราชินีองค์หนึ่ง นามว่า พระนางฮิมิโกะ ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ทางศาสนามากกว่าเป็นประมุขทางการเมือง (บางตำรากล่าวว่าเธอเป็นชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่ และนำเอาความรู้ต่าง ๆ เข้ามาให้ชนเผ่าญี่ปุ่นที่ล้าหลังจึงได้รับความเคารพ) พระนางทำหน้าที่เป็นคนทรง (กำเนิดมิโกะคนแรก (ฮา)) และประกอบเวทมนต์คาถาให้ประชาชน ส่วนประมุขทางการเมืองยังเป็นจักรพรรดิ



คริสตศักราช 239 พระนางฮิมิโกะ ผู้ครองอาณาจักรยามาไท(หรือยามาโตะ) ส่งเครื่องบรรณาการไปยังเมืองเว่ย ของจีน ชาวจีนเรียกแผ่นดินญี่ปุ่นว่า แผ่นดินของวา (วา แปลว่า แคระ) และในช่วงศตวรรษที่3 มีการอพยพของคนจากแผ่นดินใหญ่ผ่านทางเกาหลีเข้ามายังญี่ปุ่น



**บ้านสมัยยาโยอิ**


**ลานประกอบพิธีกรรมของชินโต** (ต้นกำเนิดศาลเจ้าญี่ปุ่น (ฮา))


** ตอนนี้ศูนย์รวมอำนาจอยู่ที่ตระกูลยามาโตะตระกูลของจักรพรรดิซึ่งสืบเชื้อสายมาจากเทพเจ้า ถ้าเทียบกับประวัติศาสตร์จริง ก็ตั้งแต่ยุคหิน , สมัยโจมน (8,000 – 300 ปีก่อนคริสตกาล) ถึง สมัยยาโยอิ (300 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ.300) **




---------------------------------------------------------------------------------------------------
ความจริงอาจจะไม่สวยหรูดั่งเช่นเทพนิยาย เป็นเรื่องธรรมดาที่ชนชนปกครองพยายามสร้างเรื่องราวว่าตัวเองนั้นเป็นลูกหลานของเทพเจ้าเพื่ออำนาจและความน่าเกรงขาม อีกทั้งยังส่งผลให้ผู้คนหวาดกลัวอีกด้วย ซึ่งมันก็ส่งผลเป็นความเชื่อนับพันปี (คนญี่ปุ่นโบราณส่วนใหญ่ต่างมีความเชื่อในเรื่องเทพเจ้ามาก กล่าวกันว่าถ้าทำร้ายต่อสายเลือดของเทพเจ้าตระกูลของตนเองจะต้องมีอันเป็นไป)



นักโบราณคดีได้เปิดเผยว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ ในญี่ปุ่นมาประมาณ 100,000 ปีแล้ว ผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมของญี่ปุ่นคือชนเผ่าไอนุ ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับคนเชื้อสายมองโกลอยด์ที่มาถึงในภายหลังและขับไล่พวกไอนุออกไปจนกระทั่งมีพวกไอนุหลงเหลืออยู่เพียงบน เกาะฮอกไกโดเท่านั้น ผู้คนที่อพยพเข้ามาแบ่งแยกตัวเองออกเป็นเผ่าและตระกูล แต่หลังจากเวลาผ่านไป หัวหน้าตระกูลยามาโตะ ได้ครอบครองตอนกลางของญี่ปุ่นบริเวณที่ราบสูงคันโต หัวหน้าตระกูลยามาโตะยังเสริมความมั่นคงแก่อำนาจของตนโดยการสร้าง ศาสนาชินโตยุคแรกขึ้นเป็นศาสนาร่วมของคนทั้งประเทศ



ซึ่งจากอดีตถึงยุคสมัยสามารถแบ่งยุคต่าง ๆ ของญี่ปุ่นได้เป็น 9 ยุค คือ
-ยุควัฒนธรรมโจมอน (Jomon Culture) 11000-300 BC
-ยุควัฒนธรรมยาโยย (Yayoi Culture) 300 BC-ค.ศ. 250
* เหมือนดังที่อธิบายไว้ข้างบน *
-ยุคโคะฟุน (สุสานโบราณหรือยามาโตะ) (kofun Period) ค.ศ. 250-710
-ยุคนาระ (Nara Period) ค.ศ. 710-784
-ยุคเฮอัน (Hean Period) ค.ศ. 794-1185
-ยุคคามะคุระ (Kamakura Period) ค.ศ. 1185-1333
-ยุคอาชิคากะ (Ashikaga Period) ค.ศ. 1333-1600
-ยุคโตคุกาวะ (Tokugawa Period) ค.ศ. 1600-1868
-ยุคญี่ปุ่นสมัยใหม่ แบ่งออกเป็น 4 ช่วงย่อย ๆ คือ
-ยุคเมจิ (Meiji) ค.ศ. 1868-1912 เป็นช่วงที่จักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji - 明治天皇, Meiji Tennō แปลว่า จักรพรรดิแห่งการปกครองที่แท้จริง (หลังจากที่ถูกโชกุนยึดอำนาจไปนาน)) มีอำนาจปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ
-ยุคไทโช (Taisho) ค.ศ. 1912-1926 เป็นช่วงที่จักรพรรดิไทโชปกครอง
-ยุคโชวะ (Showa) ค.ศ. 1926-1989 เป็นช่วงที่จักรพรรดิโชวะปกครอง และเป็นช่วงสุดท้ายของอำนาจการปกครองของจักรพรรดิก่อนญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2
-ยุคเฮเซ (Heisei) ค.ศ. 1989-ปัจจุบัน เป็นช่วงที่จักรพรรดิอะกิฮิโตะเป็นประมุข (ซึ่ง เฮเซ มาจากคำว่า เฮกะ แปลว่า ประมุขจักรพรรดิ)

 

--- index ----------------------------------------------------------------------------------------

  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคเทพนิยาย
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคโคฟุน(ยามาโตะ) ค.ศ.300-710 ถึงยุคนารา ค.ศ.710-784
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคเฮอัน(ราชสำนักยามาโตะ) ค.ศ.794-1185
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคคามะคุระ ค.ศ.1185-1333
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคมุโรมาจิ (ยุคอาชิคากะ) ค.ศ.1333-1600
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคเอโดะ(โตคุกาวะ) ค.ศ.1600-1868
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคเมจิ
  • ----------------------------------------------------------------------------------------------------

    Comment

    smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
    smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

    Tweet

    confused smile

    #1 By Shuriken on 2008-10-02 09:47

    ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้ดีๆเพิ่มอีกเยอะเลย confused smile

    #2 By on 2008-10-02 19:28

    สวัสดีค่ะ
    ดีจังเลยที่เปิดมาเจอ ช่วยได้มากเลยค่ะ
    ตอนนี้กำลังเรียนประวัติศาสตร์วรรณคดีญี่ปุ่นอยู่

    ขอบคุณมากนะค๊ะ

    #3 By 貴寛・智寛・寛樹 on 2008-11-21 09:15

    อืมๆสุดยอด รู้สึกว่าจะมีหลายองค์ที่เรารู้จักเยอะแยะเลย

    #4 By (124.120.76.165) on 2009-10-04 21:07

    ว้าว ได้ความรู้เยอะแยะแยะเยอะมากมายเลยทีเดียวครับพี่น้อง


    ขอบคุณจิงจิงเลยเนี้ย

    #5 By คอสไปวันๆ on 2009-10-15 02:34