ยุคเอโดะ (「江戸時代」, Edo-jidai, 江戸時代?)

หรือยุคที่เรียกว่า โทคุคาวะ (Tokugawa-jidai) ค.ศ. 1603 - ค.ศ. 1868 โทะคุงะวะ อิเอะยะสุ (Tokugawa Ieyasu) ได้รวบอำนาจและตั้งรัฐบาลโชกุนขึ้นที่เอะโดะ (ปัจจุบันคือโตเกียว) ใน ค.ศ. 1603 และหลังจากนั้นอีก 260 ปี

การปกครองทั้งหลายก็ตกอยู่ในอำนาจของตระกูลโทะคุงะวะ รัฐบาลโทะคุงะวะได้ลิดรอนอำนาจจากจักรพรรดิ เชื้อพระวงศ์ และพระสงฆ์จนหมดสิ้น ได้ทำการปิดประเทศ และห้ามนับถือศาสนาคริสต์ (จำไม่ผิดหลังจากสงครามเซกิฮะระ โตคุกาว่า ปลดไดเมียวออกนับพันคน สงผลให้เกิดเหล่าซามุไรไร้เจ้านาย(หรือโรนิน) ขึ้นมากมาย เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง พวกซามูไรจึงต้องขายวิชาของตัวเอง (หรือการตั้งสำนักต่าง ๆ ขึ้น) และในช่วงนี้จึงเกิดซามูไรในตำนานคนหนึ่ง ผู้เขียนสุดยอดคำภรีห้าห่วง(ทนหายห่วง จึงต้องฝากไว้ก่อนโอฬาร.... ไม่ใช่ละ) มุซาชิ ขึ้น



แต่เนื่องจากการปกครองเกษตรกรอย่างเข้มงวดของรัฐบาล และความสงบที่ต่อเนื่องมานานถึง 250 ปี ได้ทำลายระบบเพิ่งพาตัวเองของเกษตรกรไปทีละเล็กทีละน้อยทำให้พวกเขายากจนลงจนเดือดร้อน และการปิดประเทศที่ส่งผลให้ประเทศญี่ปุ่นล้าหลัง ส่งผลให้การปกครองของตระกุลโทคุกาวะสั่นคลอน

จนถึง ค.ศ. 1853 เมื่อนายพลเรื่อจัตวาเพอร์รี่ แห่งสหรัฐอเมริกามาถึงญี่ปุ่น และทำการกดดันให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศจังทำให้เกิดการปฏิรูปเมจิเพื่อคืนอำนาจให้จักรรพรรดิ

------------------------------------------

ยุคเอโดะ ยุคทองแห่งวณณกรรมของชาวเมือง

เนื่องจากประเทศสงบสุข การค้าขายเจริญก้าวหน้า อำนาจจึงถูกเปลี่ยนจากชนชั้นนักรบมาตกอยู่ในมือพ่อค้า ประกอบกับมีการคิดค้นเทคโนโลยีการพิมพ์ จึงก่อให้เกิดอาชีพผู้จัดพิมพ์และอาชีพนักเขียนขึ้นมากมาย

ยุคนี้เป็นยุคที่วัฒนธรรมของราษฏรสามัญเจริญจนถึงที่สุด ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 17 จนถึงต้นศตวรรษที่ 18 เป็นยุคของวัฒนธรรม เก็นโระขุ (Genroku) ซึ่งเป็นของนักรบผสมกับราษฎรสามัญ มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองใหญ่ ๆ อย่างเกียวโต โอซาก้า เอกลักษณ์คือละครหุ่น ละครคะบุขิและหัตถกรรมต่างๆ มีศิลปินกำเนิดจากราษฎรสามัญมากมาย เช่น นักเขียน อย่าง อิฮะระ ไซคะขุ (Ihara Saikaku) นักกลอนไฮขุ อย่าง มะทสึโอะ บะโช (Matsuo Bashou) นักแต่งบทละครหุ่น ละครคุบุขิ อย่าง ชิคะมะทสึ มงชะเอะมง (Chikamatsu MonZaemon)



Koushoku Ichidai Otoko 好色一代男 ผลงานของไซคะคุ เป็นนิยายเกี่ยวกับชายและหญิงที่มีความฝักใฝ่ในเพศรส ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชั้นแนวหน้าของนวนิยายสมัยใหม่ที่สะท้อนความเป็นจริง เป็นเรื่องเรื่องของ โยะโนะสุเคะ ที่เกี่ยวพันกับสตรีเพศตั้งแต่อายุ 7 ปีจนถึง 60 ปี เรื่องนี้นำเอาเค้าโครงมาจากนิทานเกนจิ


ละครคาบุขิ

จนเมื่อต้นศตวรรษที่ 19 ศูนย์กลางของวัฒนธรรมได้ย้ายไปอยู่เอะโดะ เป็นยุคของวัฒนธรรม คะเซ (Kasei) ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของชนชาวเมือง อันได้แก่ นวนิยาย ละครคะบุขิ ภาพอุคิโยะ บุงจิง-งะ เป็นต้น การศึกษาและวิชาการก็เจริญรุ่งเรือง ชนชั้นนักรบเล่าเรียนปรัชญาของขงจื้อและหลักคำสอน จูจื่อ (Chu Hsi) ซึ่งเป็นปรัชญาพื้นฐานที่ค้ำจุนการปกครองของรัฐบาลโทะคุงะวะ



การศึกษาเกี่ยวกับญี่ปุ่นและดัตซ์ (ฮอลันดา) เจริญรุ่งเรืองตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา มีการเปิดโรงเรียนตามหัวเมืองต่างๆ เพื่อลูกหลานของชนชั้นนักรบ ราษฎรสามัญเองก็นิยมส่งลูกหลานไปศึกษาวิชาต่างๆ ที่วัด (terakoya)

ที่มา : กระจกส่องญี่ปุ่น โดย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)

 

--- index ----------------------------------------------------------------------------------------

  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคเทพนิยาย
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคโคฟุน(ยามาโตะ) ค.ศ.300-710 ถึงยุคนารา ค.ศ.710-784
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคเฮอัน(ราชสำนักยามาโตะ) ค.ศ.794-1185
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคคามะคุระ ค.ศ.1185-1333
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคมุโรมาจิ (ยุคอาชิคากะ) ค.ศ.1333-1600
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคเอโดะ(โตคุกาวะ) ค.ศ.1600-1868
  • [ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น] ยุคเมจิ
  • ----------------------------------------------------------------------------------------------------

    Comment



    smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

    Tweet



    Favourites