5-japan-culture




## เพิ่มเสื้อขาวฮาคุอิ +คอปกเสื้อมิโกะคาเคเอริ


หลังจากที่เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับมิโกะไว้พอสังเขปเมื่อชาติที่แล้วในเอ็นทรี่ มิโกะหญิงสาวพรมจรรย์ในชุดขาวแดงผู้ปกปักษ์รักษาวัฒนธรรม บทความยอดฮิตที่คนส่วนใหญ่บอกว่าอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง วันนี้ด้วยความความคิดวิปริต เฮ้ย ความคิดที่จะแบ่งบันความรู้เกี่ยวกับชุดมิโกะที่มีความน่าหลงใหลและสุดจะแสน สนเท่ห์! จึงบังเกิดเป็นบทความนี้ขึ้นมา


               

ชุดมิโกะ หรือ  มิโกะจูโซะคุ 巫女装束 ในยุคปัจจบันที่เป็นนิยมในขณะนี้นั้น หลัก ๆ แล้วจะประกอบด้วยส่วนบนเป็น เสื้อชั้นในญี่ปุ่นจูบัง 襦袢, เสื้อขาวฮาคุริ 白衣  และ่ส่วนล่าง กระโปรงแดงฮิบาคามะ  緋袴 ถุงเท้าทาบิ (足袋)  และ รองเท้าเตะโซวริ  草履  ก็เป็นอันครบชุด นอกจากนั้นก็ยังมีเสื้อคลุมจิฮายะ 千早 สำหรับสวมทับชุดอีกทีเวลาทำพิธี หรือออกไปข้างนอก  ผ้าที่ใช้ในการตัดเย็บชุดมิโกะ ก็ใช้แบบเดียวกันดับชุดกิโมโน (着物) ครับ


**ชุดมิโกะ เซทเล็กใส่แล้วแปลงร่างเป็นมิโกะ(ไม่แท้)ได้ทันทีหาซื้อได้ที่ญี่ปุ่นตามแรงศัทธา** 

สำหรับฮิบาคามะเป็นกระโปรงแดงมีสายยาวออกมาด้านข้าง จะมีรอยประสีขาวตรงส่วนแถบเอว วิธีแต่งก็ไม่ยุ่งยากเหมือนกับกิโมโนแบบเต็มยศ ขั้นแรกจะสวมชุดก็เสื้อในจูบังก่อน (แต่มิโกะแท้ ๆ ต้องไม่ใส่ชั้นในนะ (ฮา)) แล้วทับด้วยเสื้อขาวฮาคุริรัดเอวด้วยเชื่อกผ้า แล้วสวมยกระโปรงฮะกะมะ ถุงเท้า  รองเท้า ตามลำดับ (วิธีใส่โดยละเอียดไว้จะอธิบายทีหลังนะ)  สำหรับเสื้อคลุมฮาจิยะนั้นส่วนใหญ่จะใส่เฉพาะตอนที่ทำพิธีกรรมทางศาสนาหรือ การร่ายรำบูชาเทพ เป็นเสื้อคลุมสีขาวล้วน บ้างก็ประดับด้วยลายนกกระสาหรือลายเถาวัลย์ 


**** เสื้อชั้นใน , เสื้อขาวฮาคุริ, เสื้อคลุมฮาจิยะ , กระโปรงฮิบากะเมะ , ถุงเท้าง่ามทาบิ และ รองเ้ท้าเตะโซว์ริ ***

                               

   
   



** 半襦袢 (เสื้อชั้นในจูบังครึ่ง) **

เสื้อชั้นในญี่ปุ่นจูบัง 襦袢
จูบังเป็นหนึ่งในชุดชั้นในญี่ป่น เขียนด้วยคันจิแต่มาจากเสียงของภาษาโปรตุเกต แต่เดิมนั้นคนญี่ปุ่นยังไม่ได้ใส่ชั้นใน เริ่มนิยมใส่กันเมื่อสมัยเอโดะนี้เอง ก่อนหน้านั้นส่วนใหญ่จะใส่กิโมโนที่เป็นชิ้นเดียวหรือไม่ก็ทับกันหนาหลาย ๆ ชั้นแทน  มี 3 ประเภทคือ ฮาดะจูบัง 肌襦袢 , นากะจูบัง 長襦袢  และ ฮันจูบัง 半襦袢

ซึ่งก็แบ่งประเภทกันตามวิธีใช้งาน  肌襦袢 (จูบังแนบเนื้อ) จะใช้ใส่ข้างในสุดเพื่อสัมผัสกับผิว ,  長襦袢 (จูบังยาว) นั้นจะใช้ใส่กั้นระหว่างกิโมโนและจูบังแนบเนื้อ ซึ่งลักษณะก็เหมือนกับกิโมโนแต่ใช้ผ้าที่บางและโปร่งกว่า  ปัจจุบันใช้เป็นชั้นใน แต่ในต้นยุคเอโดะนั้นทำมาเพื่อชุดลำลองซะมากกว่า เพราะมันถูกทำจากแนวคิดของนางคณิกาในแถบยานโคมแดงเพื่อใช้ใส่ปกคลุมร่างกายได้ทันที  แต่กลับเป็นที่นิยมสำหรับพ่อค้า ขุนนาง และเหล่านักรบขึ้นเรื่อย ๆ  

ส่วน 半襦袢 (จูบังครึ่ง)  นั้นจะมีขนาดสั้นกว่าจูบังยาวครึ่งหนึ่ง อีกทั้งยังทำการฟอกขาวทำให้ซักได้ง่าย  ในสมัยก่อนก็ใช้เป็นชั้นในเหมือนกับจูบังอื่น ๆ แต่ก็ถูกประยุกษ์เป็นเสื้อที่ใส่พร้อมกับกางเกงอื่น ๆ เช่น  กางเกง ステテコ, ผ้าถุง  裾除け จนกลายเป็นชุดอีกแบบหนึ่ง  ก่อนยุคเอโดะที่ไม่มีชั้นในนั้น บางคนอาจจะอยากรู้ว่าเขาใส่อะไรกันเป็นชั้นในละ คำตอบคือ ผ้าเตี่ยวโคชิมาคิ 腰巻 ไงละ



เสื้อขาวฮาคุอิ/เบียคุเอะ 白衣
เสื้อ ขาวฮาคุอิ  จัดเป็นเป็นกิโมโนชนิดหนึ่ง รูปแบบการตัดเย็บโดยพื้นฐานเหมือนกับชุดกิโมโน  แต่มีลักษณะเด่นตรงที่มีสีขาวล้วน และมีช่องระบายอากาศ มิยัตซึงุระ 身八つ口  ที่บริเวณสีข้างและชายเสื้อมีขนาดเท่าฝ่ามือเพื่อทำให้ล้วง.. เฮ้ยระบายความร้อนในตัวได้ดี เวลามิโกะยกแขนขึ้นก็สามารถทำให้ตาวิเศษมองไปเห็นชั้นในได้ เนื้อผ้าที่ใช้ตัดเย็บในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ผสมฝ้ายหรือ ขนสัตว์ หรือ โพลีเอสเตอร์ล้วน ส่วนผ้าที่แพงที่สุดจะเป็นผ้าไหม 100% เขาว่าใส่แล้วจะทำให้อกตูมกว่าปกติด้วยนะ  (ฮา)

                          
นอกจากนี้ก็มีการตัดเย็บในลายละเอียดแตกต่างจากปกติบ้าง เช่น แยกแขนออกจากลำตัวแล้วเย็บด้วยผ้าแดง หรือสอดผ้าทำลายประที่ชายเสื้อ

                            
*** ฮิเมโกะจัง คาไวอี้~~~~ (คนสวยอยู่แล้ว แต่งชุดมิโกะยิ่งสวยไปใหญ่ แย่เลยเนอะ.. เค้าจาเอากับบ้านนนนนน) ***

                            
คอปกเสื้อมิโกะคาเคเอริ  掛襟
เป็นปกเสื้อสีแดงหรือน้ำเงิน ใช้สำหรับตกแต่งบริเวณส่วนคอ แล้วก็สวมทับด้วยฮาคุอิ เพื่อความโมเอะ...และ สวยงาม แต่บางชุดก็เย็บติดกับปกเสื้อไปเลยเพื่อความสะดวก





           


### LOG1  อยากให้มีคนคอมเมนท์จังเลยน้า คนเราอยู่ได้ด้วยกำลังใจนีน่า~~

### LOG2 ครั้งต่อไปจะว่ากันเด้วยเรื่องฮากะมะ ซึ่งมีประวัติศาสตร์คู่ญี่ปุ่นมานานอีกทั้งยังมีหลายรูปแบบ ด้วยรายละเอียดที่เยอะมาก อาจจะต้องใช้เวลาเขียนสักหน่อยละ อีกอย่างพรุ่งนี้ผมต้องเข้าวัดเพื่อไปฝึกจิตนั่งกรรมฐาน 3 วันจะกลับมาอีกทีก็วันจันทร์โน่นละ..  (ไอ้บ้ามิโกะเข้าวัดเนี่ย งงกันเลยสินะ...บอกไปคงไม่มีใครเชื่อ.... )

 

.



Creative Commons License

Favourites